โซล่ารูฟท็อปศูนย์พิจิตรบริการงานโซล่าเซลล์ จำหน่าย และ ติดตั้งโซล่าเซลล์อันดับ 1 ของจังหวัดพิจิตร

ศูนย์บริการ โซล่ารูฟท็อปพิจิตรเปิดให้บริการงานโซล่าเซลล์ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นแผงโซล่าเซลล์ อินเวอร์เตอร์ แบตเตอรี่ หลอดแอลอีดี จำหน่ายและติดตั้งโซล่าเซลล์ โซล่าฟาร์ม โซล่าปั้มพ์ ชุดอุปกรณ์โซล่าเซลล์ทุกชนิด บริการโดยทีมงานมืออาชีพ รับประกันสินค้าและบริการหลังการขาย บริการทั่วจังหวัดพิจิตร

สายตรง โทร 055-215242-3, 0910733070


บริษัท โซล่าเซลล์และพลังงานทดแทน(ประเทศไทย) จำกัด สาขาพิจิตรบริการรับติดตั้ง ออกแบบ โซล่ารูฟท็อป โซล่าปั้ม ระบบโซล่าเซลล์ทุกระบบ บริการครบวงจร โดยวิศวกรและช่างผู้ชำนาญการ ดูหน้างานถึงบ้าน ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

✓ ปลอดภัย ด้วยการคิดคำนวน วางระบบที่รัดกุม และปลอดภัยที่สุด
✓ ใส่ใจคุณภาพ ด้วยสินค้าคุณภาพสูง สเปคตรงตามฉลาก
✓ สามารถวางระบบในงบที่จำกัดได้
✓ ให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าจนกว่าจะพอใจ
✓ โซล่าเซลล์พลังงานสะอาด อายุการใช้งานยาวนานถึง 25 ปี
✓ รับติดตั้งทั่วประเทศ
✓ บริการหลังการขาย ติดตั้งแล้วไม่ทอดทิ้งลูกค้า
✓ รับเช็คระบบ ซ่อมแซม เปลี่ยนอะไหล่ ไม่ว่าคุณจะติดตั้งจากที่ไหน

ติดตั้งโซล่าเซลล์ดีอย่างไร? ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ช่วยลดโลกร้อนแล้ว ยังช่วยลดรายจ่ายได้เยอะ ประหยัดเงินในกระเป๋า ขอแค่มีแสงแดดคุณก็มีไฟฟ้าใช้ฟรีๆ รับประกันคุณภาพ

พื้นที่ให้บริการ

อำเภอเมืองพิจิตร   อำเภอวังทรายพูน   อำเภอโพธิ์ประทับช้าง   อำเภอตะพานหิน   อำเภอบางมูลนาก
อำเภอโพทะเล   อำเภอสามง่าม   อำเภอทับคล้อ   อำเภอสากเหล็ก   อำเภอบึงนาราง  อำเภอดงเจริญ
อำเภอวชิรบารมี

ผู้ที่จะใช้งานหรือติดตั้งแผงโซล่าเซลล์จะต้องทราบถึงความต้องการของตัวเองว่ามีเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรบ้างและคำนวณว่าเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นจะใช้ไฟฟ้ากี่วัต ใช้แบเตอรี่กี่ลูกแต่ละลูกจุไฟฟ้าได้กี่วัตต์ ซึ่งจำเป็นมากที่ท่านต้องทราบและสามารถคำนวณเพื่อใช้กับแผงโซล่าเซลล์

สูตรคำนวณโซล่าเซลล์แบบง่ายๆ
ยกตัวอย่างเช่น
แผงโซล่าเซลล์ขนาด 10 วัตต์ คือแผงรับแสงแดดต่อ1ชั่วโมงจะได้ไฟฟ้า 10 วัตต์ถ้ารับแสง 5 ชั่วโมงก็จะได้ไฟ 50 วัตต์ อันนี้แค่ตัวอย่าง เพราะของจริงจะได้มากกว่านี้โดยเราจะใช้หลักการคำนวณ 4 อย่างคือ– หาขนาดแผงโซล่าเซลล์ให้ตรงตามความต้องการ
– คำนวณเครื่องชาร์จกระแสไฟ(ชาร์จเจอร์)
– คำนวณเครื่องแปลงไฟฟ้าหรือที่เรียกว่าอินเวอร์เตอร์
– คำนวณความจุของแบตเตอรี่ตัวอย่างสูตรการคำนวณการใช้งานโซล่าเซลล์
ผู้ใช้งานมีความต้องการใช้ดังนี้
– โทรทัศน์ 14 นิ้ว 1 เครื่อง เปิดประมาณ 5 ชั่วโมงต่อวัน
– หลอดไฟแอลอีดี 18w 3 หลอด เปิดประมาณ 4 ชั่วโมง
– สามารถชาร์จโทรศัพท์หรือไฟฉายได้
– ใช้งานพัดลมตั้งพื้น 50w เปิดใช้ 8 ชั่วโมง
– มีวิทยุสำหรับฟังข่าว ฟังเพลงเรามาคำนวณกันเลย
– ทีวี14 นิ้ว ใช้ไฟประมาณ 50W /1 ชั่วโมง เปิด 5 ชั่วโมง / 1 วัน ใช้ไฟ 50 x 5 =250w /1 วัน
– พัดลมใช้ไฟประมาณ 50w/ 1 ชั่วโมง เปิด 8 ชั่วโมง / 1 วันใช้ไฟ 50 x 8 = 400w /1 วัน
– หลอดไฟแอลอีดี หลอด18w ใช้ไฟทั้งหมด (18 x 2 x4)+(18 x 1 x 12) = 360w / 1 วัน
– เครื่องชาร์จโทรศัพท์และไฟฉาย คิดรวมๆ 50w / 1วัน
– วิทยุคิดรวม 50w /1 วัน
หลังจากนั้นนำตัวเลขที่ใช้ทั้งหมดมารวมกัน 250 + 400 + 360 + 50 + 50 = 1,110W เราก็จะได้ยอดการใช้ไฟทั้งหมด 1,110 วัตต์ / 1 วัน
– ขนาดแผงโซล่าเซลล์= กำลังไฟฟ้าที่ต้องการใช้แต่ละวัน / 1 ชั่วโมงในการรับแสงแดด
จากตัวอย่างนี้ควรใช้ขนาดแผงโซล่าเซลล์=1,110/6 = 185W การเลือกขนาดต้องเลือกขนาดที่มีวัตต์มากกว่าตัวเลขที่คำนวณ คือเผื่อไว้นั่นเอง จะเห็นว่าการคำนวณนั้นง่ายนิดเดียว
โซล่าเซลล์มีทั้งหมดกี่แบบ

โซลาร์เซลล์ประเภทใหญ่ มีแค่ 2 ประเภทเท่านั้นคือ
แบบที่หนึ่ง แบบออฟกริด Off Grid คือ แบบใช้แบตเตอรี่ทำงานจ่ายไฟจากแผงโซลาร์
แบบที่สอง แบบออนกริด On Grid คือ ใช้แผงโซลาร์เซลล์ผลิตตใช้ไฟแบบไม่ผ่านแบตเตอรี่

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับจังหวัดพิจิตร

พิจิตร เดิมสะกดว่า พิจิตร์[3] มีความหมายว่า “(เมือง) งาม” เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือตอนล่างภาคกลางตอนบนระหว่างจังหวัดนครสวรรค์กับจังหวัดพิษณุโลก มีแม่น้ำน่านและแม่น้ำยมไหลผ่าน ตัวเมืองอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่าน พิจิตรเป็นเมืองเก่าแก่ในสมัยสุโขทัย ปรากฏข้อความในศิลาจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และในศิลาจารึกหลักที่ 8 รัชกาลพระยาลิไท เรียกว่า “เมืองสระหลวง” ซึ่งมีสถานะเป็นหัวเมืองเอกของกรุงสุโขทัย ต่อมาในสมัยอยุธยา รัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถได้เปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองโอฆบุรี” ซึ่งแปลว่า “เมืองในท้องน้ำ” ตามตำนานกล่าวว่า พระยาโคตรบองเป็นผู้สร้างเมืองพิจิตร แต่จะสร้างในสมัยใดไม่ปรากฏ นอกจากนี้ เมืองพิจิตรยังเป็นที่ประสูติของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาพระองค์หนึ่งคือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 (พระเจ้าเสือ)

ในสมัยอยุธยา พิจิตรเป็นหัวเมืองชั้นตรี มีตำแหน่งเจ้าเมืองปรากฏตามพระไอยการตำแหน่งนาพลเรือนนาทหารหัวเมืองว่า ออกญาเทพาธิบดีศรีรณรงค์ฤๅไชยอภัยพิรียภาหะ ศักดินา 5,000 ไร่ ซึ่งถือว่าเป็นขุนนางบรรดาศักดิ์ระดับสูง ในสมัยกรุงศรีอยุธยามีหัวเมืองชั้นตรีเพียง 7 เมืองเท่านั้น คือ เมืองพิชัย เมืองพิจิตร เมืองนครสวรรค์ เมืองพัทลุง เมืองชุมพร เมืองจันทบูร และเมืองไชยา จึงนับว่าในสมัยโบราณ พิจิตรเป็นเมืองที่ค่อนข้างจะมีความสำคัญสูง จนตำแหน่งเจ้าเมืองมีการตราไว้ในพระไอยการฯ ซึ่งสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถได้ทรงตราไว้

ในสมัยรัตนโกสินทร์ เมืองพิจิตรเป็นเพียงเมืองขนาดเล็ก แต่ก็ยังมีเจ้าเมืองปกครองดังเช่นเมืองอื่น ๆ เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 5 โปรดให้ย้ายเมืองพิจิตรมาตั้งที่บ้านคลองเรียง ซึ่งเป็นคลองขุดใหม่ลัดแม่น้ำน่านที่ตื้นเขิน คลองเรียงจึงกลายเป็นแม่น้ำน่านไป ส่วนบริเวณเมืองพิจิตรเก่ายังปรากฏโบราณสถานอยู่หลายแห่ง ซึ่งมีอายุตั้งแต่สมัยสุโขทัยถึงสมัยอยุธยา